งานชิ้นที่ 1 – ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมภาษาซี

งานชิ้นที่ 1 – ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมภาษาซี
คำชี้แจง  ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
  1. ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมภาษาซีแบ่งออกเป็นกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง จงอธิบาย
  2. จงบอกความแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์  และอินเตอร์พรีเตอร์
  3. ภาษาซีใช้ตัวแปลภาษาชนิดใด
  • ตอบคำถามในช่อง ใส่ความเห็น  ด้านล่างนี้
  • ให้นักเรียนเข้าตอบโดยใช้
    •  ชื่อผู้ใช้ของ WordPress.com  ของนักเรียน
    • หรือ ชื่อผู้ใช้ของ Facebook.com
  • นักเรียนสามารถถามข้อสงสัยผ่านทาง ช่องแสดงความคิดเห็น  หรือ  กลุ่มเรียน FB ของ คนพ.ปี 2556 (ม.5)  ได้ครับ

ขอให้โชคดี

|||||||
|||||||
||||||||||||||||
||||||||||||
|||||||||
||||||
||||
|

JOC

Advertisements
  1. 1.ตอบ 4ขั้นตอน ได้แก่
    1.เขียนโปรมแกรม(surce code)
    2.คอมไพล์โปรแกรม(compile)
    3.เชื่อมโยงโปรแกรม(link)
    4.ประมวลผล(run)
    2.ตอบ คอมไพเลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาชีทังหมด
    แต่อินเตอร์พรีเตอร์ทำการอ่านและแปลทีละบรรทัด
    3.ตอบ คอมไพเลอร์ (compiler)

  2. 1. ตอบ มี 4 ขั้นตอนคือ 1. เขียนโปรแกรม 2. คอมไพล์โปรแกรม 3. เชื่อมโยงโปรแกรม 4. ประมวล ผล
    2. ตอบ แตกต่างกันคือ อินเตอร์พรีเตอร์เมื่อพบข้อผิดพลาดต้องแก้ไขทีละคำสั่ง ถึงจะทำงานต่อได้ แต่ คอมไพเลอร์เมื่อพบข้อผิดพลาดจะแสดงข้อผิดพลาดทั้งหมดหลังคอมไพล์เสร็จสิ้น
    3. ตอบ คอมไพเลอร์

  3. ๑.ตอบ ๔ ขั้นตอน
    ได้แก่ ๑ เขียนโปรแกรม
    ๒คอมไพล์โปรแกรม
    ๓.เชื่อมโยงโปรแกรม
    ๔.ประมวลผล
    ๒.ตอบ คอมไพล์เลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์จะทำการอ่านและแปลโปรแกรมที่ละบรรทัด
    ๓.ตอบคอมไพล์เลอร์

  4. 1 ตอบ มี4ขั้นตอนได้แก่ 1เขียนโปรแกรม 2 คอมไพล์โปรแกรม 3 เชื่อมโยงโปรแกรม 4ประมวลผล
    2 ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์ แปล source code ทีละคำสั่ง และทำตามคำสั่งนั้นทันที
    คอมไพเลอร์ แปล source code ต้นฉบับให้เสร็จก่อน ค่อยทำตามคำสั่งในโปรแกรม
    3 ตอบ ชนิดของข้อมูล (data type) ในการเขียนโปรแกรมหนึ่งๆ จะมีข้อมูลต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเช่น
    การนับจำนวนรอบ (loop) ของการทำงานโดยใช้ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม หรือการแสดงข้อความ
    ตัวแปร (variable) เนื่องจากข้อมูลถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำ การอ้างถึงตำแหน่งของข้อมูลนี้
    จึงมีความซับซ้อน ไม่สะดวกต่อการเขียนโปรแกรม จึงมีการเรียกหน่วยความจำ ในตำแหน่งที่สนใจผ่านตัวแปร

  5. 1 ตอบ 4ขั้นตอน
    ขั้นตอนที่ 1 เขียนโปรแกรม (source code)
    ขั้นตอนที่ 2 คอมไพล์โปรแกรม (compile)
    ขั้นตอนที่ 3 เชื่อมโยงโปรแกรม (link)
    ขั้นตอนที่ 4 ประมวลผล (run)
    2 ตอบ ข้อแตกต่างในการแปลภาษาภาษาแบบอินเตอร์พรีเตอร์ และ การแปลภาษาแบบคอมไพเลอร์
    อินเตอร์พรีเตอร์
    1. แปล source code ทีละคำสั่ง และทำตามคำสั่งนั้นทันที
    2. ทำงานในรูปแบบวนทำงานซ้ำ ๆ และจะทำให้ทำงานช้า เพราะจะต้องแปลทีละคำสั่งทีละรอบ
    3. ใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำน้อย
    4. เมื่อพบข้อผิดพลาดต้องแก้ไขทีละคำสั่ง ถึงจะทำงานต่อได้
    5. ใช้กับภาษา พีเอชพี (PHP) เอพีแอล (APL) เบสิก (BASIC) เป็นต้น
    คอมไพเลอร์
    1. แปล source code ต้นฉบับให้เสร็จก่อน ค่อยทำตามคำสั่งในโปรแกรม
    2. การทำงานลักษณะวนทำงานซ้ำ ๆ จะทำงานเร็ว เพราะจะเอาออปเจ็กโปรแกรมที่ผ่านการคอมไพล์แล้วไปใช้
    3. ใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก
    4. เมื่อพบข้อผิดพลาดจะแสดงข้อผิดพลาดทั้งหมดหลังคอมไพล์เสร็จสิ้น
    5. ใช้กับภาษาซี (C) ซีชาร์ฟ(C#) โคบอล (COBOL)

    3 ตอบ คอมไพเลอร์

  6. 1.4ขั้นตอนได้แก่ 1.เขียนโปรแกรม(souree code) 2.คอมไฟล์โปรแกรม (compile)
    3.เชื่อมโยงโปรแกรม(link) 4.ประมวลผล

    2.คอมไฟเลอร์ของภาษาซีคือ c compile การที่คอมไฟล์เลอร์ใช้เรียกว่า คอมไฟล์

    3. คอมไฟล์เลอร์

  7. 1 .ตอบ มี4อัน
    ขั้นตอนที่ 1 เขียนโปรแกรม (source code)
    ขั้นตอนที่ 2 คอมไพล์โปรแกรม (compile)
    ขั้นตอนที่ 3 เชื่อมโยงโปรแกรม (link)
    ขั้นตอนที่ 4 ประมวลผล (run)
    2.ตอบข้อแตกต่างในการแปลภาษาภาษาแบบอินเตอร์พรีเตอร์ และ การแปลภาษาแบบคอมไพเลอร์ นั้นเปรียบเที่ยบคร่าว ๆ ดังตารางด้านล่างนี้

    1. แปล source code ทีละคำสั่ง และทำตามคำสั่งนั้นทันที 1. แปล source code ต้นฉบับให้เสร็จก่อน ค่อยทำตามคำสั่งในโปรแกรม
    2. ทำงานในรูปแบบวนทำงานซ้ำ ๆ และจะทำให้ทำงานช้า เพราะจะต้องแปลทีละคำสั่งทีละรอบ 2. การทำงานลักษณะวนทำงานซ้ำ ๆ จะทำงานเร็ว เพราะจะเอาออปเจ็กโปรแกรมที่ผ่านการคอมไพล์แล้วไปใช้
    3. ใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำน้อย 3. ใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก
    4. เมื่อพบข้อผิดพลาดต้องแก้ไขทีละคำสั่ง ถึงจะทำงานต่อได้ 4. เมื่อพบข้อผิดพลาดจะแสดงข้อผิดพลาดทั้งหมดหลังคอมไพล์เสร็จสิ้น
    5. ใช้กับภาษา พีเอชพี (PHP) เอพีแอล (APL) เบสิก (BASIC) เป็นต้น 5. ใช้กับภาษาซี (C) ซีชาร์ฟ(C#) โคบอล (COBOL) เป็นต้น
    3.ตอบ คอมไฟล์เลอร์

  8. 1ตอบ 4ขั้นตอนคือ1เขียนโปรแกรม2คอมไพล์โปรแกรม3เชื่อมโยงโปรแกรม4ประมวลผล
    2ตอบ คอมไพล์เลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์จะทำกานอ่านและแปลทีละบันทัด
    3ตอบ คอมไพล์เลอร์

  9. ข้อ1ตอบ4ขั้นตอน1 การเขียนโปรแกรม 2 คอมไพล์โปรแกรม 3 เชื่่่อมโยงโปรแกรม 4 ประมวลผล
    ข้อ2ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์กับคอมไพเลอร์เเตกต่างกันคืออินเตอร์พรีเตอร์จะเเปลsource codeทีละคำสั่งสั่งทันทีเเต่คอมไพเลอร์จะเเปลsource codeต้นฉบับให้เสร็จก่อนค่อยทำตามคำสั่งในโปรเเกรม
    ข้อ3ตอบคอมไพเลอร์

  10. 1.ตอบ 4ขั้นตอนคือ
    1.เขียนโปรแกรม
    2.คอมไพล์โปรแกรม
    3.เชื่อมโยงโปรแกรม
    4.ประมวลผล
    2.ตอบ คอมไพล์เลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พลีเตอร์จะอ่านโปรแกรมทีละบรรทัด
    3. ตอบ คอมไฟล์เลอร์

  11. 1.ตอบ 4. ขั้นตอน ได้แก่
    1. เขียนโปรแกรม
    2.คอมไพล์โปรแกรม
    3.เชื่อมโยงโปรแกรม
    4.ประมวลผล
    2.ตอบ คอมไพล์เลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์จะทำการอ่านและแปลโปรแกรมที่ละบรรทัด
    3.ตอบคอมไพล์เลอร์

  12. 1ตอบ มี 4ขั้นตอน
    ขั้นตอนที่ 1 เขียนโปรแกรม (source code)
    ขั้นตอนที่ 2 คอมไพล์โปรแกรม (compile)
    ขั้นตอนที่ 3 เชื่อมโยงโปรแกรม (link)
    ขั้นตอนที่ 4 ประมวลผล (run)
    2ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์ แปล source code ทีละคำสั่ง และทำตามคำสั่งนั้นทันที
    คอมไพเลอร์ แปล source code ต้นฉบับให้เสร็จก่อน ค่อยทำตามคำสั่งในโปรแกรม
    3 ตอบ ชนิดของข้อมูล (data type) ในการเขียนโปรแกรมหนึ่งๆ จะมีข้อมูลต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเช่น
    การนับจำนวนรอบ (loop) ของการทำงานโดยใช้ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม หรือการแสดงข้อความ
    โดยใช้ข้อมูลชนิดตัวอักษร
    ตัวแปร (variable) เนื่องจากข้อมูลถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำ การอ้างถึงตำแหน่งของข้อมูลนี้
    จึงมีความซับซ้อน ไม่สะดวกต่อการเขียนโปรแกรม จึงมีการเรียกหน่วยความจำ ในตำแหน่งที่สนใจผ่านตัวแปร

  13. ข้อ1ตอบ มี4ขั้นตอน1 การเขียนโปรแกรม 2 คอมไพล์โปรแกรม 3 เชื่อมโยงโปรแกรม 4 ประมวลผล
    ข้อ2ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์กับคอมไพเลอร์เเตกต่างกันคืออินเตอร์พรีเตอร์จะเเปลsource codeทีละคำสั่งสั่งทันทีเเต่คอมไพเลอร์จะเเปลsource codeต้นฉบับให้เสร็จก่อนค่อยทำตามคำสั่งในโปรเเกรม
    ข้อ3ตอบ คอมไพเลอร์

  14. ๑. ตอบ มี ๔ ขั้นตอนได้แก่
    ๑.เขียนโปรแกรม
    ๒.คอมไพล์โปรแกรม
    ๓. เชื่อมโยงโปรแกรม
    ๔.ประมวลผล
    ๒. ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์แตกต่างกันกับไพเลอร์คือ อินเตอร์พรีเตอร์เมื่อพบข้อผิดพลาดต้องแก้ไขทีละ คำสั่ง ถึงจะทำงานต่อได้ แต่ คอมไพเลอร์เมื่อพบข้อผิดพลาดจะแสดงข้อผิดพลาดทั้งหมดหลังคอมไพล์เสร็จสิ้น
    ๓.ตอบ คอมไพเลอร์

  15. 1ตอบ 4ขั้นตอนคือ1เขียนโปรแกรม2คอมไพล์โปรแกรม3เชื่อมโยงโปรแกรม4ประมวลผล
    2ตอบ คอมไพล์เลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์จะทำกานอ่านและแปลทีละบันทัด
    3ตอบ คอมไพล์เลอร์

  16. ข้อ1 ได้เเก่4ขั้นตอน1 การเขียนโปรแกรม 2 คอมไพล์โปรแกรม 3 เชื่อมโยงโปรแกรม 4 ประมวลผล
    ข้อ2ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์กับคอมไพเลอร์เเตกต่างกันคืออินเตอร์พรีเตอร์จะเเปลsource codeทีละคำสั่งสั่งทันทีเเต่คอมไพเลอร์จะเเปลsource codeต้นฉบับให้เสร็จก่อนค่อยทำตามคำสั่งในโปรเเกรม
    ข้อ3ตอบ คอมไพเลอร์

  17. 1.ตอบ ๔ ขั้นตอน
    ได้แก่ 1.เขียนโปรแกรม (sourcu code)
    2.คอมไพล์โปรแกรม(cormpile)
    3.เชื่อมโยงโปรแกรม(link)
    4.ประมวลผล(run)
    2ตอบ คอมไพล์เลอร์(compiler)ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์(interpreter)จะทำการอ่านและแปลโปรแกรมที่ละบรรทัด
    3 ตอบ คอมไพล์เลอร์

  18. ข้อ1ตอบ มี4ขั้นตอน1 การเขียนโปรแกรม 2 คอมไพล์โปรแกรม 3 เชื่อมโยงโปรแกรม 4 ประมวลผล
    ข้อ2ตอบ อินเตอร์พรีเตอร์กับคอมไพเลอร์เเตกต่างกันคืออินเตอร์พรีเตอร์จะเเปลsource codeทีละคำสั่งสั่งทันทีเเต่คอมไพเลอร์จะเเปลsource codeต้นฉบับให้เสร็จก่อนค่อยทำตามคำสั่งในโปรเเกรม
    ข้อ3ตอบ คอมไพเลอร์

  19. 1.ตอบ มี4ขั้นตอน คือ

    1.เขียนโปรแกรม

    2.คอมไพล์โปรแกรม

    3.เชื่อมโยงโปรแกรม

    4.ประมวลผล

    2.ตอบ คอมไพล์เลอร์ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์จะทำการอ่านและแปลโปรแกรมทีละบรรทัด

    3.ตอบ คอมไพล์เลอร์(compiler)

  20. 1. ตอบ มี 4 ขั้นตอนคือ
    1. เขียนโปรแกรม
    2. คอมไพล์โปรแกรม
    3. เชื่อมโยงโปรแกรม
    4. ประมวล ผล
    2. ตอบ แตกต่างกันคือ อินเตอร์พรีเตอร์เมื่อพบข้อผิดพลาดต้องแก้ไขทีละคำสั่ง ถึงจะทำงานต่อได้ แต่ คอมไพเลอร์เมื่อพบข้อผิดพลาดจะแสดงข้อผิดพลาดทั้งหมดหลังคอมไพล์เสร็จสิ้น
    3. ตอบ คอมไพเลอร์

  21. 1. ตอบ 4 ขั้นตอน

    1 เขียนโปรแกรม source code

    2 คอมไพล์โปรแกรม compile

    3 เชื่อมโยงโปรแกรม link

    4 ประมวลผล run

    2 ตอบ คอมไพล์ จะทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมนตั้งแต่ตนจนจบแล้วแปลผลทีเดียว

    อินเตอร์พรีเตอร์ จะทำการแปลทีละบรรทัด

    3 ตอบ คอมไพเลอร์

  22. 1. ตอบ ๔ ขั้นตอน
    คือ 1.เขียนโปรแกรม (sourcu code)
    2.คอมไพล์โปรแกรม(cormpile)
    3.เชื่อมโยงโปรแกรม(link)
    4.ประมวลผล(run)
    2. ตอบ คอมไพล์เลอร์(compiler)ทำการอ่านโปรแกรมภาษาซีทั้งหมดอินเตอร์พรีเตอร์(interpreter)
    จะทำการอ่านและแปลโปรแกรมที่ละบรรทัด
    3. ตอบ คอมไพล์เลอร์

เชิญร่วมแสดงความเห็นได้ครับ

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: