Category Archives: เปิดสมอง

7 วิธีดูคนของขงเบ้ง

888-768x402

วิธีที่จะหยั่งรู้จิตใจมนุษย์นั้น มีอยู่ด้วยกัน 7 ประการดังนี้

  1. ลองใจด้วยความผิดและถูก เพื่อหยั่งรู้คติธรรม
    – ลองใจด้วยปัญหาทางศีลธรรม สอบถามประเด็นทางการเมือง เพื่อทดสอบจุดยืน ความคิดจิตใจ ทัศนคติ รวมทั้งความปรารถนาลึก ๆ ภายในจิตใจ
  2. โต้แย้งให้จนมุม เพื่อดูปฏิภาณ
    – หาปัญหาต่าง ๆ มาซักไซ้ไล่เลียง ยั่วยุให้เขาโกรธ เพื่อทดสอบการควบคุมอารมณ์ ไหวพริบปฏิภาณ
  3. ซักถามด้วยกลอุบาย เพื่อดูสติปัญญา
    – ปรึกษาแผนการ เรื่องราวต่าง ๆ กับเขาเพื่อทดสอบภูมิความรู้ สติปัญญา และความเข้าใจ
  4. แจ้งภัยให้รู้ เพื่อดูความกล้า
    – แจ้งเขาให้ทราบว่า ภัยอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาหาตัว เพื่อพิจารณาให้เห็นความกล้าหาญและความอดทน
  5. มอมเมาด้วยสุรา พิจารณานิสัย
    – จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ให้เพียบพร้อมด้วยสุรายาเมา เพื่อดูอุปนิสัยใจคอในยามขาดสติ รวมทั้งวินัยในการควบคุมตน
  6. สรรเสริญด้วยลาภยศ เพื่อดูความสุจริต
    – ใช้ผลประโยชน์ทั้งลาภ ยศ และคำสรรเสริญเข้าล่อใจ เพื่อทดสอบความซื่อสัตย์สุจริต
  7. มอบงานให้ทำ เพื่อดูความรับผิดชอบ
    – มอบหมายงานให้เขาทำ เพื่อทดสอบว่ามีความรับผิดชอบ น่าไว้วางใจ สามารถทำงานได้ถูกต้อง ครบถ้วนและตรงต่อเวลาหรือไม่ อย่างไร

7 วิธีดูคนของขงเบ้ง” จะต้องนำไปประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมด้วยสติปัญญา ตามจังหวะ และโอกาสอันอำนวย

ที่มา: http://goorusiam.com/124

JOC

Advertisements

Google – Year in Search 2014 หนึ่งปีกับการค้นหา

25571217-google-yearinsearch2014-604x302

ในทุกๆ ปี จะมีการประมวลผลการสืบค้นข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Search Engine ชื่อดังอย่าง Google ออกมาให้เราได้ติดตาม ว่าทั้งปีนี้ เรามีความสนใจเรื่องอะไรกันบ้าง แยกเป็นประเทศ หรือทั้งโลกก็มี แยกเป็นเรื่องๆ ไป ลองดูในคลิปที่ Youtube ได้นำเสนออย่างน่าสนใจ เปรียบเทียบกับสิ่งต่างๆไว้ ให้ได้คิดตาม

Read the rest of this entry

10 นิสัย “ตอนเช้า” ที่ทำให้คนที่ประสบความสำเร็จ

25571112-10-morning-success-604x302

Read the rest of this entry

6 นิสัยที่คนที่ประสบความสำเร็จทำก่อนนอน

25571111-6-success-bedtime-604x302

จากเว็บไซต์ lifehack.org (EN) หรือ kiitdoo.com (TH) ได้รายงานว่า มีลักษณะนิสัยที่คล้ายกันอยู่ 6 นิสัย ที่ผู็ประสบความสำเร็จจะทำก่อนนอน วันนี้ผมก็เลยอยากจะปักไว้ใน Blog ของผมไว้ แม้จะไม่เกี่ยวกับ IT โดยตรง แต่มีลักษณะนิสัยของบุคคลสำคัญทาง IT ระดับโลกมาฝากด้วย คงจะพอไหว

ครูจตุรภัทรอยากให้นักเรียนได้เข้ามาอ่าน แล้วนำไปปฏิบัติ เพราะไม่ได้ยากเกินไปสำหรับคนที่ต้องการความสำเร็จ ผมขอคัดลอกข้อความจากเว็บไซต์ kiitdoo.com มาเลยล่ะกัน ส่วนภาษาอังกฤษ ลองดูที่ อ้างอิงนะครับ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

Read the rest of this entry

มาดู!! พฤติกรรมคนไทยกับโซเชียล เน็ทเวิร์ค ตลอด 24 ชั่วโมง

25570626-thai-social-24hr-604x302

เมื่อโซเชียล เน็ตเวิร์ก เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันไปแล้ว ตื่นเช้ามาต้องอัพเดตข่าวสารในทันที ไม่ว่าจะทำอะไรโซเชียลเน็ตเวิร์กเหมือนได้หมุนรอบตัวเราอยู่ ทำให้สมาร์ทโฟนก็กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของร่างกายไปโดยปริยาย

3_social_life
Zocial inc. ได้ทำการสำรวจคนไทยกว่า 655 คน เกี่ยวกับ พฤติกรรมการใช้ Social Media ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอน จนกระทั่งเข้านอน รวมทั้งพฤติกรรมที่มีต่อกิจกรรมการตลาดบน Social Network อีกด้วย ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ 99% ยังคงติดเฟสบุ๊กอย่างแน่นหนึบ รองลงมา 84% เป็นแชตแอพพลิเคชั่น LINE

1_social_life

ชอบสุด..คอมเม้นท์ใต้โพสท์
กิจกรรมการตลาดไหนที่โดนใจผู้ใช้งานมากที่สุด กิจกรรมที่คนชอบมากที่สุดคือ “การคอมเม้นตอบใต้โพส” เนื่องมาจากขั้นตอนที่ง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะสมัยนี้จะทำอะไรต้อง เร็ว กระชับ ไม่ซับซ้อน

ในขณะที่กิจกรรมที่คนชอบน้อยที่สุดคือ “การถ่ายและอัพโหลดภาพตัวเองคู่กับผลิตภัณฑ์” อาจจะมีสาเหตุเนื่องมาจากขั้นตอนที่เยอะ เพราะสมัยนี้การจะอัพโหลดภาพตัวเองขึ้นสู่โลก Social Network สักภาพหนึ่ง จำเป็นจะต้องผ่าน Application แต่งรูปต่างๆ อย่างน้อย 1 Application ขึ้นไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความ Creative ของแต่ละกิจกรรม และการเลือกรูปแบบที่เหมาะสมเพื่อจะให้บรรลุเป้าหมายของกิจกรรมอย่างสูงสุด

2_social_life

ตอนนี้กำลังนิยมจนน่าตกใจ นักเรียนก็สนใจกันตลอดเวลา แม้ในห้องเรียน บางครั้งก็ทำให้การเรียนการสอนไม่ได้รับความน่าสนใจ แต่โรงเรียนของผมตอนนี้ได้จำกัดการนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถใช้ Social Network เหล่านี้ได้ มาโรงเรียน ไม่ใหนำมาแล้ว ก็เริ่มดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็แอบๆ เอามาบ้าง

ที่มา:  Positioningmag.com

JOC

วันสุนทรภู่ 26 มิถุนายน-ครูจตุรภัทรขอสดุดีกวีเอกของโลก

ที่มา: Thairat.TV

JOC

คุณมีงาน “ชิ้นสุดท้าย” กี่ชิ้น

สำหรับคนหลายคน มักทำมีงานชิ้นสำคัญมากมาย จำนวนไม่เท่ากัน ที่เราเรียกว่า master piece นั่นเอง  หลายคนจะมีงานชิ้นสุดท้าย เป็น master piece ของตนเอง เรามักจะกล่าวว่า ทำเพื่อทิ้งทวน  ก็เพื่อให้คนกล่าวขาน จดจำ และเห็นความสำคัญของคนทำ เพราะคุณค่าที่เราได้ทุ่มเทลงไป  แล้วถ้าไม่ใช่งานชิ้นสำคัญ  ที่เรียกว่า master piece  และไม่ใช่งานชิ้นสุดท้ายล่ะ  ท่านให้ความสำคัญกับงานชิ้นนั้นมากน้อยแค่ไหน

วันนี้ ผมได้นิทานเรื่องหนึ่ง  ที่แบ่งปันกันมาทาง Facebook ก็ได้ข้อคิดหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ผมจะเล่า  ก็คือเรื่องที่ผมตั้งชื่อว่า งานชิ้นสุดท้าย  ผมอยากให้ทุกคนได้ทำงานทุกชิ้น เหมือนชิ้นสุดท้าย  อาจจะเพราะจะตั้งใจทำอย่างที่สุด ให้งานออกมาเป็นชิ้น master piece

นักเรียนต้องตั้งใจทำงาน  ทำการบ้าน  ตั้งใจเรียน  เหมือนกับที่จะไม่ได้เรียนอีกแล้ว  เป็นงานชิ้นสุดท้าย  เป็นการบ้านเรื่องสุดท้าย  เป็นชั่วโมงเรียนชั่วโมงสุดท้าย แล้วจะไม่ได้เรียนอีกแล้ว  ทำนองนั้น

ครูสอนนักเรียนอย่างเต็มที่  สอนเหมือนกับว่าจะไม่ได้สอนอีกแล้ว

เราไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขในหลายๆ เรื่องทีต้องการได้  แต่เราสามารถทำ(งาน)ให้ดีที่สุด  เปรียบเสมือนงานชิ้นสุดท้ายนั่นเอง

นี่คือนิทานที่ผมนำมาฝากครับ

Good Story of Today
บ้านหลังสุดท้ายของช่างไม้

…มีช่างไม้สูงอายุคนหนึ่งต้องการจะเกษียณตัวเอง และใช้ชีวิตที่หรูหรากับภรรยา
จึงบอกความต้องการดังกล่าวกับนายจ้างที่เค้าทำงานให้... มาทั้งชีวิต…นายจ้างบ่นเสียดาย
ที่จะต้องสูญเสียช่างฝีมือดีไป หวังจะให้เขาทำงานต่อ แต่ช่างไม้ก็ยังยืนกรานขอเกษียณตัวเองตามเดิม จึงได้ขอร้องให้ช่างคนนี้ช่วยสร้างบ้านให้อีกสัก 1 หลัง

นายจ้างจึงพูดว่า “เอาอย่างนี้ ผมมีที่ดินว่างอยู่ติดทะเลสาบอยู่แปลงหนึ่ง ทิวทัศน์งดงามเป็นอย่างมาก แต่ขาดบ้านพักตากอากาศ ผมอยากให้คุณสร้างบ้านหลังสุดท้าย โดยที่คุณต้องใช้วัสดุไม้ที่ดีที่สุด และใช้ฝีมือที่ปราณีตที่สุดในการสร้าง” ช่างไม้ก็ฝืนใจตอบตกลง

จากนั้นช่างไม้ก็ลงมือสร้างบ้านไม้หลังสุดท้ายของตนเอง แต่ในใจกลับคิดว่า เดี๋ยวเราก็เกษียณแล้ว
ถ้าทำออกมาไม่ดีนายจ้างไล่ออกก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว แล้วทำไมต้องตั้งใจด้วยล่ะ

ดังนั้นช่างไม้ก็ไม่ได้คัดเลือกไม้ที่แข็งแรงมาสร้างบ้าน แต่เลือกไม้ส่งๆ เป็นไม้คุณภาพต่ำจากภูเขา เขาไม่ใส่ใจว่าบ้านจะแข็งแรงหรือไม่ เพียงสักแต่ว่าสร้างให้เสร็จๆไป จนในที่สุดเขาก็ทาสีเพื่อให้ภายนอกดูสวยงามและปกปิด เขาคิดในใจว่า ขอให้ข้างนอกดูดีไว้ก่อน พอส่งงานได้ก็พอ โครงสร้างภายในจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เจ้านายดูไม่ออกหรอก

ครั้นพอบ้านสร้างเสร็จก็พบว่า มันไม่เหมือนงานที่เป็นฝีมือของช่างคนนี้เลยแม้แต่น้อย บ้านที่สร้างมาก็เป็นงานที่หยาบๆ วัตถุดิบที่ใช้ก็ด้อยคุณภาพ มันช่างเป็นการจบชีวิตช่างฝีมือดีที่ไม่สวยหรูเลย

วันที่งานเสร็จ นายจ้างก็มาตรวจงาน ผลปรากฏว่าเป็นที่พอใจอย่างมาก นายจ้างดูไม่ออกว่าขาดตกบกพร่องอะไร ก่อนที่นายจ้างจะไปเขาตีไหล่ช่างไม้เบาๆ ควักกุณแจออกมาพวงหนึ่งยื่นส่งให้ช่างไม้แล้วบอกว่า
” ตอนนี้บ้านหลังนี้เป็นของคุณแล้ว ผมขอบคุณมากที่คุณอยู่ทำงานกับผมมานานหลายปี นี่ถือเป็นของขวัญเกษียณที่ผมตั้งใจจะมอบให้คุณ”

เมื่อช่างไม้ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับตกใจและอุทานกับตัวเองว่า….
น่าละอายจริงๆ ถ้าเขารู้สักนิดว่ากำลังสร้างบ้านของตัวเองอยู่ เขาก็คงตั้งใจสร้างให้ดีกว่านี้…

คุณได้เรียนรู้อะไร? จากนิทานเรื่องนี้…

เช่นเดียวกับพวกเรา ที่กำลังสร้างชีวิตของตัวเราเองด้วยการสั่งสมสิ่งต่างๆ วันละเล็กวันละน้อย และบ่อยครั้ง ที่เราไม่ได้ใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการสรรค์สร้างชีวิตของตัวเอง

และเมื่อวันหนึ่งมาถึง เราก็จะตระหนักว่า เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่าง…ที่เราเป็นผู้สร้างขึ้นมาทั้งหมด..

และเมื่อถึงวันนั้น เรามักจะพูดเสมอว่า ถ้าเรา!!!! สามารถย้อนกลับไปได้ เราจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ …
พวกเราทุกคนก็เปรียบเสมือนช่างไม้ ทุกๆ วันพวกเรากำลังตอกตะปู ปูกระดาน หรือแม้แต่กำลังเลือกกำแพงให้กับชีวิตตัวเอง

ดังคำพูดที่ว่า
“ชีวิตในอนาคตก็คือสิ่งที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง”
ทัศนคติ และ ทางเลือกต่างๆที่พวกเราได้เลือกกันในวันนี้
ก็เสมือนกับการสร้าง “บ้าน”(ชีวิต) ที่เราจะต้องอยู่กับมัน…..

ดังนั้นจงสร้างบ้านด้วยความฉลาด และจงจำไว้ว่า “จงทำงานเหมือนกับว่า….เราไม่ต้องการเงินทอง
จงรักราวกับว่า……เราไม่เคยเจ็บ
จงเต้นระบำ(ร่าเริง)ราวกับว่า…..ไม่มีใครจ้อง”

ความเสมอต้นเสมอปลายก็นับว่าเป็นคุณธรรมอีกประการหนึ่งที่เราไม่ควรละเลย ทุกวันนี้เราทำอะไรกันอยู่ เราได้เก็บเกี่ยวสิ่งที่ดีๆให้กับชีวิตของเราหรือยัง???…
จงใช้ชีวิตราวกับว่ามันคือ “วันสุดท้าย”
เพราะนี่คือวิธีเดียว..ที่จะสร้างชีวิตได้อย่างดีที่สุด…

ขอให้ทุกคนทำงานเหมือนเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่ดีที่สุดของคุณ

ที่มา:  Facebook Fanpage- Paktor

JOC

20 ข้อ ที่ควรรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 40

20-do-before-40

จาก  Facebook ของ ผศ.ดร.สฎายุ ธีระวณิชตระกูล (https://www.facebook.com/sadayu.teeravanittrakul)  ได้โพสต์แสดง 20 ข้อ ที่ควรรู้และปฏิบัติก่อนอายุ 40 ไว้อย่างน่าสนใจ  ผมขออนุญาตแบ่งปันนะครับ

  1. การเรียนอย่ายึดติดแค่ที่ผลการเรียนมากไป เอาแค่พอใช้ได้ก็พอ  
    เพราะโลกแห่งความเป็นจริง วัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ที่เกรด
  2. การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยนั้นสำคัญมาก
    พอๆ กับการคร่ำเคร่งหน้าตำราเรียน และเป็นฐานสำคัญของวิชาชีวิต  
  3. เลือกงานที่เราชอบนั้นใช่ แต่อย่าลืมด้วยว่า อาชีพนั้น..  
    สามารถเลี้ยงดูตัวเราได้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็อย่าหลอกตัวเอง
  4. เมื่อถึงวัยทำงาน ใครเก็บเงินก่อน รวยเร็วกว่าและสิ่งสำคัญ
    ที่ต้องจำไว้ คือ ชีวิตที่ไม่มีหนี้ คือชีวิตที่ประเสริฐที่สุด
  5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอโดยเร็วที่สุด เพราะมัน
    จะเป็นเครื่องนำทางของคุณ ในชาตินี้ตลอดไป
  6. ซื้อบ้านก่อน ที่จะซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น
    รถมีแต่มูลค่าลดลง ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า รถ=ลด
  7. ดอกเบี้ยบ้านนั้นมหาโหดมาก รีบใช้ให้หมด
    โดยเร็วพลัน ก่อนที่จะแก่ แล้วผ่อนไม่ไหว
  8. การเก็บเงินเป็นแค่บันไดขั้นแรก
    สู่ความร่ำรวย แต่ขั้นต่อมา คือ ต้องรู้จักลงทุน
  9. อย่าเป็นศัตรูกับใครก็ตามบนโลกใบนี้ เพราะคุณจะไม่มีทาง
    รู้ว่าวันหนึ่งเขาอาจจะยิ่งใหญ่มาก จนกลับมาทำร้ายคุณก็เป็นได้
  10. คอนเน็คชั่นหรือสายสัมพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ  
    ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็สู้การมีเพื่อนเยอะไม่ได้
  11. ควรมีงานทำมากกว่า 1 งาน
    เพราะความมั่นคง ไม่เคยมีบนโลกใบนี้
  12. อย่าคิดว่าตัวเองทำอะไรได้แค่อย่างเดียว
    เพราะความสามารถของคนเรา มีมากกว่า 1 เสมอ
  13. เมื่อมีโอกาสใดก็ตามเข้ามา  จงอย่าปฏิเสธ
    ถึงจะล้มเหลว แต่มันก็คือ ประสบการณ์
  14. สร้างเนื้อ สร้างตัว ให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่คุณยังมีกำลัง ยังเป็นหนุ่ม-สาว
    เพราะการฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงอายุมาก ไม่ใช่เรื่องสนุก
  15. ออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ยังหนุ่มสาว  
    เพราะเมื่อมีครอบครัว การเดินทางจะเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิม
  16. เลือกคู่ชีวิต จงคิดให้ดีๆ อย่าดูแต่ข้อดีของเขา  
    แต่ต้องดูด้วยว่าเราสามารถรับข้อเสียของเขาได้มากแค่ไหน  
  17. การมีแฟน หรือสามีภรรยา ยังเลิกกันได้ แต่ความเป็น
    พ่อแม่ลูก นั้นเลิกกันไม่ได้ เพราะฉะนั้น ควรดูแลพวกเขาให้ดี ๆ
  18. ความสำเร็จที่มากมายแค่ไหน
    ก็ไม่สามารถทดแทนความล้มเหลวของครอบครัวได้
  19. ลองหาเวลาอยู่ว่าง ๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยดูบ้าง
    อย่าแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว และอีกอย่างงานก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
  20. สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันหนึ่ง โปรดถนอมตัวเองให้มาก
    เมื่อยังเป็นวัยรุ่น อย่าใช้ชีวิตให้หนักเกินไป

 

ที่มา: ผศ.ดร.สฎายุ ธีระวณิชตระกูล

JOC

ข้อแตกต่างระหว่าง ผู้ชนะ กับ ผู้แพ้

Jaturapadl_wordpress

ข้อแตกต่างระหว่าง ผู้ชนะ กับ ผู้แพ้

  1. ผู้ชนะ : เมื่อพบว่ามีข้อผิดพลาด จะพูดว่า ฉันทำผิดเอง
    ผู้แพ้ : เมื่อพบข้อผิดพลาด จะพูดว่า ไม่ใช่ความผิดของฉัน
  2. ผู้ชนะ : จะทำงานหนักกว่าปกติ และมีเวลามากกว่าผู้แพ้
    ผู้แพ้ : จะทำงานแบบยุ่งทั้งวัน โดยที่ไม่คิดว่า งานไหนควรทำก่อน ทำหลัง
  3. ผู้ชนะ : จะเผชิญหน้ากับปัญหาและลงมือแก้ไขปัญหานั้น
    ผู้แพ้ : จะทำในทางตรงข้าม คือหลีกเลี่ยงปัญหา
  4. ผู้ชนะ : จะลงมือทำงานให้ปรากฏผลงานขึ้น
    ผู้แพ้ : จะให้แต่คำสัญญา คือมีแต่ลมปาก แต่ไม่ลงมือ
  5. ผู้ชนะ : จะพูดว่า “ ฉันทำได้ดี แต่ยังไม่ดีเท่ากับที่ฉันต้องการ “
    ผู้แพ้ : จะพูดว่า “ ยังมีคนอื่นอีกหลายคนที่มีผลงานแย่กว่าตัวเขา “
  6. ผู้ชนะ : จะตั้งใจฟัง แล้วทำความเข้าใจ และ สามารถตอบสนองได้
    ผู้แพ้ : จะรออย่างเดียว โดยไม่ฟัง ไม่ทำความเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด รอจนกว่าจะถึงคิวที่จะได้พูดเรื่องของตัวเอง
  7. ผู้ชนะ : จะยอมรับ นับถือคนที่มีความสามารถเหนือกว่า และจะเรียนรู้จากคนเหล่านั้น
    ผู้แพ้ : จะทำในทางตรงข้ามและจะพยายาม หาข้อผิดพลาดของคนที่เหนือกว่าเขา
  8. ผู้ชนะ : จะมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่งานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น จะช่วยคิดให้องค์กรประสบความสำเร็จ ( ไม่ใช่ไปก้าวก่าย งานคนอื่นนะ )
    ผู้แพ้ : จะไม่กล้าที่จะช่วยเหลือคนอื่น และ มักจะพูดว่า ฉันไม่ว่าง กำลังทำงานของฉันอยู่
  9. ผู้ชนะ : ต้องมีวิธีที่จะทำให้ดีขึ้นได้เสมอ
    ผู้แพ้ : จะพูดว่า “ นี่คือหนทางเดียวที่ทำได้ “
  10. ผู้ชนะ : จะแบ่งปันบทความนี้ไปยังเพื่อนๆของเขา
    ผู้แพ้ : จะเก็บบทความนี้เอาไว้ เพราะว่าเขาไม่มีเวลาที่จะแบ่งปันไปให้คนอื่น

ขอบคุณบทความดีๆ จากเฟซบุ๊กแฟนเพจ People Magazine

JOC

สิ่งที่เรามี

บทความนี้มาจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ People Magazine  เป็นบทความที่ดี ผมเห็นเป็นบทความที่ดี ควรจะให้มีการแบ่งปัน ดังนี้ครับ

  • ชีวิตคนมี 1 หนทาง 
    1. ทางเดินของตัวเอง
  • แต่มีของมีค่าอยู่ 2 อย่าง
    1. สุขภาพกาย
    2. สุขภาพจิต
  • มีเพื่อน 3 ประเภท 
    1. ให้หยิบยืม
    2. ร่วมงานมงคล
    3. ร่วมงานโศกเศร้า 
  • ชีวิตคนมี 4 ทุกข์ 
    1. มองไม่ทะลุ
    2. สละไม่ลง
    3. แพ้ไม่เป็น
    4. ปล่อยวางไม่ได้
  • คนเรามี 5 คำพูด 
    1. ยิ่งลำบากยิ่งต้องสู้
    2. ยิ่งดียิ่งถ่อมตน
    3. ยิ่งแย่ยิ่งต้องเชื่อมั่น
    4. ยิ่งมียิ่งประหยัด
    5. ยิ่งหนาวเหน็บยิ่งมีน้ำจิตรน้ำใจ
  • คนมีทรัพย์สมบัติอยู่ 6 สิ่ง 
    1. ร่างกาย
    2. ความรู้
    3. ความฝัน
    4. ทัศนคติ
    5. ความเชื่อมั่น
    6. ความกล้าหาญ

ขอบคุณที่มาของบทความดีจาก People Magazine

JOC